หลังผ่าตัด ทานอะไรดี

Last updated: Aug 23, 2019  |  2949 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

หลังผ่าตัด ทานอะไรดี


หลังผ่าตัด ทานอะไรดี

หลายท่านที่ได้ผ่านมีดหมอ ทั้งเรื่องการผ่าตัดทั่วไปหรือ การศัลยกรรม คงเคยสงสัยว่าทำไมบางคนพักฟื้นแค่ไม่นานก็ไปทำงานได้หรือใช้ชีวิตปกติทั่วไปได้แล้ว หนึ่งในเคล็ดไม่ลับก็คือเรื่องอาหารการทาน อาหารบางจำพวกจะช่วยเรื่องการซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกายทำให้แผลสมานเร็วขึ้น โดยอาหารที่ผู่วยหลังผ่าควรทานจะมีดังนี้...

วิตามินซี: เป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกายหลังผ่าตัด เพราะ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเลือดที่เสียไป เสริมความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ลดบวม ลดช้ำได้ อาหารจำพวกนี้ เช่น ส้ม,ฝรั่ง,ผักตระกูลกะหล่ำ

วิตามินเอ: จะช่วยในการกระตุ้นเรื่องการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่  ควบคุมการอักเสบของผิวหนัง รวมถึงป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย โดยสามารถพบได้ใน ผักที่มีสีเหลือง หรือ พวกแตงโม มะละกอ

โปรตีน: ในส่วนของโปรตีนจะมีประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้เซลล์ประสานตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยให้ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่มีความแข็งแรง

ธาตุเหล็ก สังกะสี: ถือว่าเป็นแร่ธาตุที่ช่วยการสมานแผลได้ดี ช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่ โดย อาหารที่พบมาก ได้แก่ อาหารจำพวก ปลา,ไข่ อาหารทะเล เป็นต้น

น้ำ: ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกาย เป็นกลไกสำคัญในการสมานแผล ซึ่งจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำ จะส่งผลให้เซลล์ผิวหนังตาย จะส่งผลให้แผลหายช้า

และในส่วนของเหล่งเอี๊ยง สมุนไพรยอดฮิตของคนหลังผ่าที่พูดถึงกันมากมายคืออะไร โดยเหล่งเอี๊ยง เป็นสมุนไพรจีนที่มีมานับพันปี สรรพคุณหลักๆ เรื่องการบำรุง จะช่วย ปรับสมดุลย์ คลายความร้อนในร่างกาย  แก้ร้อนใน แต่ถ้าเรื่องการรักษา จะเน้นไปที่เรื่อง ดับพิษไข้ ลดอาการปวด อักเสบ ลดระบม จากแผลต่างๆได้ และให้ร่างกาย สดชื่อ ฟื้นกำลัง ฟื้นตัวได้เร็ว  รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่มีโรคอะไร ก็สามารถทานเล่นๆพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าคนที่ทำศัลยกรรม เมื่อได้ทานเหล่งเอี๊ยงแล้ว จะใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ทาน ปกติการทาน ควรทานก่อนผ่า 1 วัน 1 ชุด และ หลังผ่า 1 วัน 1-2 ชุด (ขึ้นอยู่กับขนาดแผลที่ผ่ามา)

1 ชุด ต้มออกมาจะได้ 3 ถ้วย แบ่งทาน เช้า กลางวัน เย็น หรือ ทานต่างน้ำไปเรื่อยๆ เหล่งเอี๊ยง กลิ่นยาจะไม่ฉุนเหมือนยาจีนทั่วไป กลิ่นจะจืดๆมีกลิ่นของใบไผ่จีน

ตัวยาที่สำคัญที่สุดคือ เขาเลียงผาจีน(ซึ่งเป็นตัวยาที่มีราคาค่อนข้างสูง)  แต่ไม่ได้เป็นเขาที่มาต้ม จะเป็นผิวของเขา เส้นฝอยๆสีขาว และควรเป็นเลียงผาที่เลี้ยงในมณฑล ที่อุณหภูมิ เหมาะ สภาพแวดล้อมที่ดี ถึงจะเป็นเขาที่มีคุณภาพ และมียาประกอบเพื่อครบสูตรอีก 3 ตัว(แบะตง ,เตงซิม,ต่าเต็ก)

สอบถามเพิ่มเติม

Tel: 081-307-5206
Line: pang_earsair

Powered by MakeWebEasy.com